บทความ

รูปภาพ
ทำอย่างไร...เมื่อเกิดสถานการณ์ Back out บนเรือ การเกิด Back out เป็นอีกหนึ่งในสถานการณ์ที่คนเรือนั้นพบเจอ หลายๆท่านคุ้นเคยดี แต่ก็หวั่นใจเมื่อเกิดเหตุด้วยเช่นกัน ซึ่งมันเป็นสาเหตุให้เรือหยุดนิ่งได้เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น และหากคุณเป็นคนนึงที่ทำงานในห้องเครื่อง แล้วครั้นเกิดการ Back out ขึ้นนั้นเป็นความรับผิดชอบของคุณเต็มๆ เพราะในไม่ช้า งานจะเข้าคุณแน่นอน!!!! โดยในวันนี้เราจะมาเรียนรู้ว่า อะไรควรทำสิ่งแรกไปจนแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดสถานการณ์ Back out บนเรือ.... เรามาทำความเข้าใจสถานการณ์การเกิด Back out กันก่อน โดย Back out นั้นเป็นสถานการณ์บนเรือ ในกรณีที่ระบบขับเคลื่อนเรือ และ อุปกรณ์ต่างๆ เช่น boiler , purifer และ ระบบไฟฟ้าอื่นๆหยุดทำงาน เนื่องจากการทำงานของระบบกำเนิดไฟฟ้าบนเรือล้มเหลว ซึ่งเกิดจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator and Alternator ) ทำงานผิดปกติ... และด้วยเทคโนโลยีปัจจุบัน ซึ่งมีมาตรการเพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์การเกิด Back out นั้น จึงมีระบบอัตโนมัติสำรอง Emergency Generator สำหรับการจ่ายโหลดทันที เมื่อระบบกำเนิดไฟฟ้าหลักล้มเหลว โดยทำหน้าที่แชร์โหลดและทั้...
รูปภาพ
Safety of Life at Sea (SOLAS) ในอุตสาหกรรมหารเดินเรือนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยและการป้องกันมลภาวะทางทะเล ซึ่งองค์กรทางทะเลระหว่างประเทศ หรือ International Maritime Organization (IMO) ได้พยายามผลักดัน 2 เสาหลักนี้ ที่เรียกว่าอนุสัญญาระหว่างประเทศ SOLAS & MARPOL เพื่อใช้สำหรับปกป้องชีวิตคนและสิ่งแวดล้อมทางทะเล จากมลภาวะและอุบัติเหตุทางทะเลทั้งหลายที่อาจจะเกิดขึ้น... SOLAS นั้นมีชื่อเต็มคือ Safety Of Life At Sea โดยหลายคนคงจะรู้จักที่เรียกว่า SOLAS Convention หรืออนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล ซึ่ง SOLAS นั้นถือเป็น 1 ใน 4 เสาหลักสำคัญของ IMO โดยการออกข้อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยขั้นต่ำสำหรับอุปกรณ์ , โครงสร้างเรือ และ การทำงาน สำหรับเรือเดินทะเล ซึ่งเราจะมาเรียนรู้กันว่ามีเพื่ออะไร และมีประโยชน์อะไรกับเราบ้าง....... SOLAS เกิดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ.1914 หลังจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเรือไททานิค แต่ไม่มีผลบังคับใช้จริงจัง เนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่งก่อน   ต่อมาในปี ค.ศ. 1960 วันที่ 17 มิถุนายน 1960 ทาง IMO...
รูปภาพ
ประเภทของอู่แห้ง อู่แห้งเป็นพื้นที่โครงสร้างใช้สำหรับซ่อมและบำรุงรักษาเรือ ซึ่งมีโครงสร้างลักษณะพิเศษเฉพาะทางในการเติมน้ำลงในพื้นที่ และนำเรือเข้า-ออก โดยขั้นตอนแรกเมื่อนำเรือเข้าสู่พื้นแล้วนั้นอู่แห้งจะทำการปิดและสูบน้ำออก จึงสามารถดำเนินการซ่อมและบำรุงรักษาเรือต่อไป ตามข้อกำหนดของ SOLAS ระบุว่าเรือเดินสมุทรทุกลำจะต้องมีการตรวจเช็คตัวเรือที่อู่แห้ง 2 ครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปี คือ รอบ Intermediate survey และ รอบ Special Survey โดยที่ Intermediate Survey นั้นจะต้องดำเนินการระยะเวลาไม่เกิน 36 เดือน ซึ่งจะมีการซ่อมทำตัวเรือ เพลาใบจักร หางเสือ และอื่น ๆในส่วนที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งโดยปกติลูกเรือไม่สามารถซ่อมทำได้ ขณะเดินเรือปกติ สำหรับเรือโดยสารประเภท Passenger Vessel จะมีการตรวจใต้น้ำทุกปี และจะมีการตรวจ 2 รอบ ภายระยะ 5 ปี เช่นกันสำหรับการตรวจที่อู่แห้ง โดยระยะเวลามากสุดระหว่างการตรวจจะไม่เกิน 3 ปีในอู่แห้ง ประเภทของอู่แห้ง ซึ่งมีหลายประเภทที่ใช้งาน 1. Graving Dock 2. Floating Dock 3. Marine Rail Dock 4. Ship Liftsway 5. Marine Mobile Lifts สำหรับ Marine Mobile Lifts กับ Shiplif...
รูปภาพ
Compact MAN 175D SCR System Wins IMO Tier III Certification บริษัท MAN Energy Solutions ได้มีเปิดเผยเกี่ยวกับระบบของ MAN 175D SCR นั้นได้ประสบความสำเสร็จในการอนุมัติการทดสอบขั้นสุดท้ายและได้รับการรับรอง IMO Tier III โดยทุกสถาบันจัดชั้นเรือ (IACS) บริษัทได้เริ่มต้นการพัฒนา โดยทดสอบระบบ MAN 175D SCR ที่ศูนย์ทดสอบ Frederikshavn ประเทศเดนมาร์ก ในระหว่างการทดสอบเทคโนโลยี SCR โดยใช้เวลาในการทดสอบมากกว่า 5,000 ชั่วโมง ผลการที่ได้นั้น เทคโนโลยีนี้มีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือ Mr. Daniel Struckmeier หัวหน้าฝ่ายการบำบัดแก๊สเสีย ของ MAN Energy Solutions กล่าวว่า เครื่องยนต์มีความกระทัดรัดและประหยัดต้นทุน  โดยการใช้เทคโนโลยีใหม่ที่มีความแข็งแรง ความยืดหยุ่นการจัดวาง และ มีความกระทัดรัดมากซึ่งเหมาะสมกับพื้นที่ห้องเครื่องที่มีพื้นที่จำกัด MAN 175D SCR มีความยอดเยี่ยมเมื่อเทียบอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนัก, การควบคุมการปลดปล่อย NOx แบบ closed-loop โดยที่ MAN 175D SCR ได้นำเสนอเพื่อตอบโจทย์ที่มีการแข่งขันสูงสำหรับการใช้ IMO Tier III โดยขั้นตอนการรับรอง IMO NOx Scheme สามารถติดตั้งได้โดยไม่ต้อ...
รูปภาพ
Aderco Shows The Smart Way To Comply With IMO 2020 Aderco บริษัทชั้นนำด้านน้ำยาเพิ่มประสิทธิภาพน้ำมันเชื้อเพลิง ได้เผยแพร่วีดิโอเกี่ยวการรับมือข้อกำหนด IMO 2020 ว่าด้วยเรื่องกำมะถันหรือซัลเฟอร์ในน้ำมันเชื้อเพลิง โดยมีประเด็นปัญหาที่ถูกพิจารณาจับตาได้แก่ การหาแหล่งพลังงานเชื้อเพลิง , ต้นทุนน้ำมันเชื้อพลิง , อันตรายที่เพิ่มขึ้นระหว่างขั้นตอนการเปลี่ยนน้ำเชื้อพลิง, การหล่อลื่นน้ำมันเชื้อเพลิง และ ความไม่เข้ากันของน้ำมันเชื้อเพลิง , การเกิดตัวเร่งปฏิกิริยาของสารปนเปื้อน , ปัญหาของการประกันและการคุมครองความเสียหาย กรณีการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงใหม่ โดยทาง CEO อยากให้บริษัทเจ้าของเรือได้เห็น vdo นี้ซึ่งมันจะแสดงให้เห็นในการตัดสินใจที่สำคัญเจ้าของเรือ, ผู้จัดการเรือและผู้ปฏิบัติการ ซึ่งต้องทำช่วงหลายเดือนก่อนที่จะเริ่มสำหรับข้อบังคับใหม่ วิดีโอแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่พวกเขาคาดหวังได้จากข้อกำหนดใหม่และจะส่งผลต่อการเตรียมเชื้อเพลิงใหม่อย่างไร โดยมีการทำงานร่วมกับลูกค้ามานานกว่า 35 ปีนำเสนอการแก้ปัญหาปรับปรุงประสิทธิภาพน้ำมันเชื้อเพลิง แทนที่การต่อเรือใหม่เป็นเวลาหลายสัปดาห์และจ่ายเงินหลายล้...
รูปภาพ
IMO Sulphur 2020 Limit ตามที่ IMO ผ่านอนุสัญญาระหว่างประเทศทางทะเล ว่าด้วยการกำหนดค่ากำมะถัน หรือ ซัลเฟอร์ ในน้ำมันเชื้อของเรือใหม่เป็น 0.5% และจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2563 (ค.ศ.2020) ภายใต้สนธิสัญญา MARPOL โดยข้อกำหนดค่ากำมะถันใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้กับพื้นที่ทั่วโลก ซึ่งในขณะที่พื้นที่ควบคุม ECAS ยังคงกำหนดที่ 0.10%  เช่นเดิม โดยกฏข้อบังคับนี้จะได้รับการยกเว้นสำหรับเรือที่มีการติดตั้งอุปกรณ์ทางเลือกอย่าง Scrubbers ซึ่งจะอนุญาติให้ยังคงสามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีค่ากำมะถันสูงต่อไปได้ โดยอุปกรณ์ scrubbers จะเป็นตัวกำจัดการปลดปล่อยกำมะถันบนเรือแทน Cedit : IMO