Safety of Life at Sea (SOLAS)


ในอุตสาหกรรมหารเดินเรือนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยและการป้องกันมลภาวะทางทะเล ซึ่งองค์กรทางทะเลระหว่างประเทศ หรือ International Maritime Organization (IMO) ได้พยายามผลักดัน 2 เสาหลักนี้ ที่เรียกว่าอนุสัญญาระหว่างประเทศ SOLAS & MARPOL เพื่อใช้สำหรับปกป้องชีวิตคนและสิ่งแวดล้อมทางทะเล จากมลภาวะและอุบัติเหตุทางทะเลทั้งหลายที่อาจจะเกิดขึ้น...


SOLAS นั้นมีชื่อเต็มคือ Safety Of Life At Sea โดยหลายคนคงจะรู้จักที่เรียกว่า SOLAS Convention หรืออนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล ซึ่ง SOLAS นั้นถือเป็น 1 ใน 4 เสาหลักสำคัญของ IMO โดยการออกข้อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยขั้นต่ำสำหรับอุปกรณ์ , โครงสร้างเรือ และ การทำงาน สำหรับเรือเดินทะเล ซึ่งเราจะมาเรียนรู้กันว่ามีเพื่ออะไร และมีประโยชน์อะไรกับเราบ้าง.......
SOLAS เกิดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ.1914 หลังจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมเรือไททานิค แต่ไม่มีผลบังคับใช้จริงจัง เนื่องจากเกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่งก่อน

 

ต่อมาในปี ค.ศ. 1960 วันที่ 17 มิถุนายน 1960 ทาง IMO ได้ประสบความสำเสร็จในการบรรลุข้อตกลงอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยความปลอดภัยแห่งชีวิตในทะเล และมีการบังคับใช้วันที่ 26 พฤษภาคม 1965 ต่อมา ซึ่งเป็นซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญก้าวแรกถึงการปรับปรุงกฎระเรียบข้อบังคับให้ทันสมัยและพัฒนาเทคนิค ของอุตสาหกรรมการเดินเรือ
และในปี ค.ศ. 1974 อนุสัญญาใหม่ฉบับสมบูรณ์ได้ถูกนำมาใช้ โดยมีการแก้ไขและดำเนินการภายในกรอบระยะเวลาที่เหมาะสม แทนขั้นตอนวิธีการก่อนหน้า ที่มีการดำเนินการแก้ไขล่าช้ามากภายใต้ SOLAS 1960 ได้ใช้เวลาหลายปี กว่าจะมีการแก้ไขและบังคับใช้ เนื่องจากจะต้องแจ้งให้แต่ละประเทศรับทราบและได้รับการยอมรับก่อน และมีเกณฑ์ขั้นต่ำของประเทศที่ยอมรับอนุสัญญาและจำนวนขนาดระวางบรรทุก ( Tonnage ) แต่ภายใต้ SOLAS 1974 มีการแก้ไขและมีการบังคับใช้ซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยปริยาย โดย SOLAS 1974 มาถูกบังคับใช้วันที่ 25 พฤษภาคม 1980 ซึ่งเป็น 12 เดือน หลังจากมีการลงสัตยาบรรณจากสมาชิกไม่น้อยกว่า 50 ประเทศ กับ จำนวนขนาดระวางบรรทุกไม่น้อย 50 %
SOLAS 1974 ได้กำหนดให้รัฐธงแต่ละประเทศ ให้รับรองเรือที่ชักธง ในการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยขั้นต่ำเกี่ยวกับอุปกรณ์ , โครงสร้างเรือ และการทำงาน ของเรือเดินทะเล ซึ่งสนธิสัญญาดังกล่าว ตามภาคผนวกมีการแบ่งออกเป็นสิบสองบท โดยมีการเพิ่มบทใหม่อีก 2 บทในปี 2016 และ 2017 ตามลำดับ ซึ่งในบทที่ห้านั้น เรียกว่า ' SOLAS V' เป็นสิ่งเดียวที่ใช้กับเรือทุกลำในทะเล ซึ่งได้รวมถึงเรือยอร์ชส่วนตัวและเรือขนาดเล็กในการเดินทางภายประเทศ อีกทั้งรวมไปถึงเรือเดินทะเลในเส้นทางระหว่างประเทศ โดยหลายประเทศได้เปลี่ยนข้อกำหนดระหว่างประเทศเหล่านี้เป็นกฎหมายแห่งชาติ หรือ กฎหมายท้องถิ่นของประเทศนั้น ๆ ( National laws & Local laws ) ซึ่งหากมีเรือเดินทะเลลำใดฝ่าฝืน SOLAS V ก็จะพบว่าทำผิดกฎหมายและอาจจะถูกดำเนินคดีทางกฎหมายของประเทศนั้น ซึ่งมีรายละเอียด 14 บท ดังต่อไปนี้


บทที่ 1 บทบัญญัติทั่วไป ( Chapter I - General Provisions )
- บทนี้ว่าด้วยการสำรวจเรือประเภทต่าง ๆ และรับรองว่าเป็นไปตามข้อกำหนดของอนุสัญญา

บทที่ 2-1 การต่อเรือ- การแบ่งพื้นที่และการทรงตัวของเรือ, การติดตั้งเครื่องจักรและระบบไฟฟ้า ( Chapter II-1 – Construction – Subdivision and stability, machinery and electrical installations )
- บทนี้ว่าด้วยเรื่องการแบ่งสัดส่วนพื้นที่ของเรือโดยสาร ( Passenger Ship ) เกี่ยวกับสัดส่วนการผนึกน้ำ หลังได้รับความเสียหายที่ตัวเรือ ซึ่งเรือยังคงลอยและทรงตัวอยู่ได้

บทที่ 2-1 การป้องกันอัคคีภัย ระบบเตือนภัยและการดับเพลิง ( Chapter II-2 – Fire protection, fire detection and fire extinction )
- บทนี้ว่าด้วยข้อกำหนดด้านความปลอดภัยจากอัคคีภัยและรายละเอียดของมาตรการสำหรับเรือโดยสารเรือ ,เรือบรรทุกสินค้าและเรือบรรทุกน้ำมัน

บทที่ 3 อุปกรณ์และเครื่องมือเกี่ยวกับการช่วยชีวิต และ การจัดวาง ( Chapter III – Life-saving appliances and arrangements )
- บทนี้ว่าด้วยเรื่องอุปกรณ์และเครื่องมือเกี่ยวกับการช่วยชีวิต และ การจัดวาง ยังรวมไปถีงข้อกำหนดสำหรับเรือช่วยชีวิต, เรือบด และ เสื้อชูชีพ ให้สอดคล้องกับประเภทและชนิดของเรือ โดยรายละเอียดข้อกำหนดทางเทคนิคในคู่มือ International Life-Saving Appliance หรือ LSA Code

บทที่ 4 วิทยุเพื่อการติดต่อสื่อสาร ( Chapter IV – Radiocommunications )
- บทนี้ว่าด้วยเรื่องระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินและเพื่อความปลอดภัยทางทะเลทั่วโลก ( Global Maritime Distress Safety System (GMDSS) ) ได้กำหนดให้เรือโดยสารและเรือส่งสินค้า ( passenger ship and cargo ships ) ที่เกี่ยวกับการเดินทางระหว่างประเทศ ต้องดำเนินการติดตั้งอุปกรณ์วิทยุสื่อสาร โดยรวมไปถึง กระโจมวิทยุแจ้งตำบลที่ฉุกเฉินหรือทุ่นส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือผ่านดาวเทียม EPIRB ( Emergency Position Indicating Radio Beacon ) และ Search and Rescue Transponders หรือที่เรียกว่า (SARTs)

บทที่ 5 ความปลอดภัยในการเดินเรือ ( Chapter V – Safety of navigation )
- บทนี้ถูกกำหนดให้รัฐบาลแต่ละประเทศต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเรือทุกลำอย่างเต็มที่ว่ามีประสิทธิภาพจากในด้านความปลอดภัย มันเป็นข้อกำหนดแต่ละพื้นที่เกี่ยวกับเรือทุกลำ โดยเกี่ยวกับการเดินเรือและการวางแผนการเดินเรือ ซึ่งจะมีการประเมินอย่างระมัดระวังสำหรับสิ่งที่ไม่คาดคิดของการเดินทางแต่ละครั้ง โดยที่นักเดินเรือทุกคนต้องคำนึงถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในการนำเรือ, การพยากรณ์อากาศ , การคาดการณ์กระแสน้ำ , ความสามารถของลูกเรือและปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีข้อผูกพันเพิ่มเติม สำหรับนายเรือทุกคนเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยทางทะเลและควบคุมการใช้สัญญาช่วยชีวิต กับข้อกำหนดพิเศษที่เกี่ยวข้องกับอันตรายและการร้องเรียน ซึ่งมันแตกต่างจากบทอื่น ๆ ซึ่งนำมาใช้กับการขนส่งทางเรือพาณิชย์บางประเภท แต่ข้อกำหนดบทนี้มีการนำไปใช้กับเรือและลูกเรือทั้งหมด อีกทั้งรวมถึงเรือยอชท์และเรือส่วนตัวในการเดินทางและรวมถึงเรือท้องถิ่น

บทที่ 6 การขนส่งสินค้า ( Chapter VI – Carriage of Cargoes )
- บทนี้เป็นข้อกำหนดสำหรับการจัดเก็บและการรักษา ของเรือประเภทเรือขนส่งสินค้าทุกชนิด ยกเว้น ยกเว้นของเหลวและแก๊ส

บทที่ 7 การขนส่งสินค้าอันตราย ( Chapter VII – Carriage of dangerous goods )
- บทนี้เป็นข้อกำหนดการขนส่งสินค้าที่มีอันตราย ซึ่งต้องปฏิบัติตาม International Bulk Chemical Code (IBC Code), International Code of the Construction และ Equipment of Ships Carrying Liquefied Gases in Bulk (IGC Code) และ International Maritime Dan:1974 (IMDG Code)

บทที่ 8 เรือพลังงานนิวเคลียร์ ( Chapter VIII – Nuclear ships )
- บทนี้เป็นข้อกำหนดสำหรับเรือที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับอันตรายจากการแผ่รังสีเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับเรือพาณิชย์พลังนิวเคลียร์

บทที่ 9 การจัดการด้านความปลอดภัยของเรือ ( Chapter IX – Management for the Safe Operation of Ships )
- บทนี้เป็นข้อกำหนดสำหรับทุกเจ้าของเรือและบริษัทบริหารจัดการเรือ ซึ่งที่เราเรียกว่า International Safety Management Code หรือ ISM CODE นั้นเอง

บทที่ 10 มาตรการความปลอดภัยสำหรับเรือความเร็วสูง ( Chapter X – Safety measures for high-speed craft )
บทนี้เป็นข้อกำหนดที่จำเป็นสำหรับเรือความเร็วสูง International Code of Safety for High-speed craft หรือ HSC Code

บทที่ 11-1 มาตรการพิเศษเพื่อเพิ่มความปลอดภัยทางทะเล ( Chapter XI-1 – Special measures to enhance maritime Safety )
- บทนี้เป็นข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับองค์กรที่ได้รับอำนาจในการดำเนินการสำรวจและตรวจสอบ surveys and inspections

บทที่ 11-2 มาตรการพิเศษเพื่อเพิ่มความปลอดภัยทางทะเล ( Chapter XI-2 – Special measures to enhance maritime security )
- บทนี้้เป็นมาตรการพิเศษโดยรวมไปถึง International Ship and Port Facility Security Code หรือ ISPS Code

บทที่ 12 มาตรการเพิ่มเติมความปลอดภัย สำหรับ เรือบรรทุกสินค้าเทกอง ( Chapter XII – Additional safety measures for bulk carriers )
- บทนี้เป็นข้อกำหนดพิเศษเฉพาะโครงสร้างเรือประเภท สินค้าเทกองที่มีความยาวเกิน 150 เมตร

บทที่ 13 การตรวจสอบ ( Chapter XIII - Verification of compliance )
- บทนี้ข้อกำหนดที่จำเป็นจาก IMO Member State Audit Scheme

บทที่ 14 มาตรการความปลอดภัยสำหรับเดินเรือในทะเลขั้วโลก ( Chapter XIV - Safety measures for ships operating in polar waters )
- บทนี้เป็นข้อกำหนดสำหรับการเดินเรือในทะเลขั้วโลก Polar Code






         Cedit : IMO.org

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้