ประเภทของอู่แห้ง
อู่แห้งเป็นพื้นที่โครงสร้างใช้สำหรับซ่อมและบำรุงรักษาเรือ ซึ่งมีโครงสร้างลักษณะพิเศษเฉพาะทางในการเติมน้ำลงในพื้นที่ และนำเรือเข้า-ออก โดยขั้นตอนแรกเมื่อนำเรือเข้าสู่พื้นแล้วนั้นอู่แห้งจะทำการปิดและสูบน้ำออก จึงสามารถดำเนินการซ่อมและบำรุงรักษาเรือต่อไป
ตามข้อกำหนดของ SOLAS ระบุว่าเรือเดินสมุทรทุกลำจะต้องมีการตรวจเช็คตัวเรือที่อู่แห้ง 2 ครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปี คือ รอบ Intermediate survey และ รอบ Special Survey โดยที่ Intermediate Survey นั้นจะต้องดำเนินการระยะเวลาไม่เกิน 36 เดือน ซึ่งจะมีการซ่อมทำตัวเรือ เพลาใบจักร หางเสือ และอื่น ๆในส่วนที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งโดยปกติลูกเรือไม่สามารถซ่อมทำได้ ขณะเดินเรือปกติ
สำหรับเรือโดยสารประเภท Passenger Vessel จะมีการตรวจใต้น้ำทุกปี และจะมีการตรวจ 2 รอบ ภายระยะ 5 ปี เช่นกันสำหรับการตรวจที่อู่แห้ง โดยระยะเวลามากสุดระหว่างการตรวจจะไม่เกิน 3 ปีในอู่แห้ง
ประเภทของอู่แห้ง ซึ่งมีหลายประเภทที่ใช้งาน
1. Graving Dock
2. Floating Dock
3. Marine Rail Dock
4. Ship Liftsway
5. Marine Mobile Lifts
สำหรับ Marine Mobile Lifts กับ Shiplifts ส่วนใหญ่จะใช้สำหรับเรือขนาดเล็ก เช่น เรือยอร์ท เรือทัก
Graving Dock
โดยปกติแล้วอู่แห้งประเภทนี้จะถูกสร้างขึ้นบนพื้นดินใกล้กับชายฝั่งพร้อมกับการก่อสร้างด้วยคอนกรีตขนาดใหญ่ที่มีลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าโดยมีบล็อก, ผนังและประตูผนึกน้ำ โดยที่เรือจะถูกนำเข้ามาและและหยุดพักในอู่ หลังจากที่เรืออยู่ในตำแหน่งที่ต้องการประตูผนึกน้ำจะถูกปิดและจะทำการสูบน้ำออก ซึ่งบ้านเราเรียกอู่แห้งแบบขุด
ก่อนหน้านี้อู่แห้งชนิดนี้จะสร้างขึ้นจากการใช้หินและไม้ แต่ปัจจุบัน เป็นถูกล้อมรอบด้วยโครงสร้างที่ทำจากเหล็กกับคอนกรีต และ ประตูเหล็กขนาดใหญ่ใช้เพื่อผนึกกันน้ำเข้ามาขณะเรือนั่งอยู่บนบล็อก ซึ่งในประเทศไทยอู่แห้งประเภทนี้เป็นของหน่วยงานราชการในกองทัพเรือ เช่น อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช , อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า และ อู่ทหารเรือธนบุรี
ข้อดีของอู่แห้งประเภท Graving Dock
- สามารถรองรับเรือที่มีขนาดใหญ่ เมื่อเทียบกับอู่แห้งประเภทอื่น
- ราคาการเข้าอู่จะถูกกว่าเมื่อเทียบกับอู่แห้งประเภทอื่นที่มีขนาดใกล้เคียงกัน
- อู่แห้งประเภทนี้สามารถรองรับงานประเภทติดตั้งและดัดแปลงแก้ไขตัวเรือ ซึ่งสามารถทำได้ยากเมื่อเทียบอู่แห้งประเภทอื่น
ข้อเสียของอู่แห้งประเภท Graving Dock
- เมื่อมีการเติมน้ำในอู่แห้ง ต้องนำเอาอุปกรณ์ออก ซึ่งใช้เวลานาน
- ค่าบำรุงรักษาอู่แห้งมีราคาสูงมาก ยิ่งเมื่ออายุอู่แห้งมากขึ้น ก็จะมีราคาสูงขึ้นมากไปอีก
- หากมีปัญหาขึ้นกับประตูผนึกน้ำ จะไม่สามารถใช้การได้
- ขั้นตอนการเติมน้ำและสูบน้ำ ใช้เวลานานเมื่อเทียบกับอู่แห้งประเภทอื่น
Floating Dock
เป็นโครงสร้างลอยน้ำรูปตัว U ซึ่งบ้านเราเรียกอู่ลอย โดยส่วนใหญ่เป็นโครงสร้างเหล็กซึ่งจะคล้ายกับเรือเดินทะเลทั่วไปที่มีถัง ballast หรือ ถังน้ำอับเฉาบริเวณด้านข้างและด้านล่าง เพื่อใช้เป็นการยกหรือลดระดับอู่ลอย โดยปกติอู่ลอยจะดำเนินการบริเวณพื้นที่ไม่ค่อยมีคลื่นและกระแสน้ำขึ้น-ลงที่เยอะมาก ซึ่งการดำเนินการนั้นแรกเริ่มจะเปิดวาล์วให้น้ำเข้าในโครงสร้างถังต่างๆของอู่ลอย เมื่อได้ระดับความลึกของน้ำ ก็จะนำเรือเข้าในช่องพื้นที่จัดเตรียม เมื่อเรือได้ตำแหน่งก็ทำการปิดวาล์วและทำการสูบน้ำออกจากถังเพื่อให้อู่ลอยขึ้น โดยเรือจะถูกยกขึ้นและนั่งบนแท่นบล็อกที่จัดเตรียมไว้ เรียกว่าเรือนั่งหมอน ซึ่งในประเทศไทยอู่แห้งประเภทนี้มีบริษัทเอกชนหลายรายที่เปิดดำเนินการ เช่น บริษัท ยูนิไทย ชิปยาร์ด แอนด์ เอนจิเนียริ่ง , บริษัท เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์ , บริษัท อิตัลไทยมารีน และบริษัทอื่นๆ อีกหลายที่
ข้อดีของอู่แห้งประเภท Floating Dock
- การบำรุงรักษาที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับ Graving dock และคุ้มค่าการลงทุนมากกว่า
- สามารถเคลื่อนย้ายไปติดตั้ง หรือ นำไปช่วยเหลือเรือที่เกิดการชำรุดเสียหายที่ตัวเรือ เนื่องจากอู่สามารถปรับแต่งค่าทริมการกินน้ำลึกหัวหรือท้ายได้
- สามารถต่อเติมเพิ่มขยายเพื่อรองรับเรือที่ใหญ่ขึ้น หรืองานต่อเติมและงานดัดแปลงตัวเรือ ในอนาคต
ข้อเสียของอู่แห้งประเภท Floating Dock
- การทำงานของอู่ลอยจะมีผล หากมีกระแสน้ำต่ำมากหรือในช่วงที่มีลมแรง
- ค่าบำรุงรักษาที่เกิดขึ้นกับตัวอู่ลอยเนื่องจากต้องอยู่ในน้ำทะเล
อู่แห้งเป็นพื้นที่โครงสร้างใช้สำหรับซ่อมและบำรุงรักษาเรือ ซึ่งมีโครงสร้างลักษณะพิเศษเฉพาะทางในการเติมน้ำลงในพื้นที่ และนำเรือเข้า-ออก โดยขั้นตอนแรกเมื่อนำเรือเข้าสู่พื้นแล้วนั้นอู่แห้งจะทำการปิดและสูบน้ำออก จึงสามารถดำเนินการซ่อมและบำรุงรักษาเรือต่อไป
ตามข้อกำหนดของ SOLAS ระบุว่าเรือเดินสมุทรทุกลำจะต้องมีการตรวจเช็คตัวเรือที่อู่แห้ง 2 ครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปี คือ รอบ Intermediate survey และ รอบ Special Survey โดยที่ Intermediate Survey นั้นจะต้องดำเนินการระยะเวลาไม่เกิน 36 เดือน ซึ่งจะมีการซ่อมทำตัวเรือ เพลาใบจักร หางเสือ และอื่น ๆในส่วนที่อยู่ใต้น้ำ ซึ่งโดยปกติลูกเรือไม่สามารถซ่อมทำได้ ขณะเดินเรือปกติ
สำหรับเรือโดยสารประเภท Passenger Vessel จะมีการตรวจใต้น้ำทุกปี และจะมีการตรวจ 2 รอบ ภายระยะ 5 ปี เช่นกันสำหรับการตรวจที่อู่แห้ง โดยระยะเวลามากสุดระหว่างการตรวจจะไม่เกิน 3 ปีในอู่แห้ง
ประเภทของอู่แห้ง ซึ่งมีหลายประเภทที่ใช้งาน
1. Graving Dock
2. Floating Dock
3. Marine Rail Dock
4. Ship Liftsway
5. Marine Mobile Lifts
สำหรับ Marine Mobile Lifts กับ Shiplifts ส่วนใหญ่จะใช้สำหรับเรือขนาดเล็ก เช่น เรือยอร์ท เรือทัก
Graving Dock
โดยปกติแล้วอู่แห้งประเภทนี้จะถูกสร้างขึ้นบนพื้นดินใกล้กับชายฝั่งพร้อมกับการก่อสร้างด้วยคอนกรีตขนาดใหญ่ที่มีลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้าโดยมีบล็อก, ผนังและประตูผนึกน้ำ โดยที่เรือจะถูกนำเข้ามาและและหยุดพักในอู่ หลังจากที่เรืออยู่ในตำแหน่งที่ต้องการประตูผนึกน้ำจะถูกปิดและจะทำการสูบน้ำออก ซึ่งบ้านเราเรียกอู่แห้งแบบขุด
ก่อนหน้านี้อู่แห้งชนิดนี้จะสร้างขึ้นจากการใช้หินและไม้ แต่ปัจจุบัน เป็นถูกล้อมรอบด้วยโครงสร้างที่ทำจากเหล็กกับคอนกรีต และ ประตูเหล็กขนาดใหญ่ใช้เพื่อผนึกกันน้ำเข้ามาขณะเรือนั่งอยู่บนบล็อก ซึ่งในประเทศไทยอู่แห้งประเภทนี้เป็นของหน่วยงานราชการในกองทัพเรือ เช่น อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช , อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า และ อู่ทหารเรือธนบุรี
ข้อดีของอู่แห้งประเภท Graving Dock
- สามารถรองรับเรือที่มีขนาดใหญ่ เมื่อเทียบกับอู่แห้งประเภทอื่น
- ราคาการเข้าอู่จะถูกกว่าเมื่อเทียบกับอู่แห้งประเภทอื่นที่มีขนาดใกล้เคียงกัน
- อู่แห้งประเภทนี้สามารถรองรับงานประเภทติดตั้งและดัดแปลงแก้ไขตัวเรือ ซึ่งสามารถทำได้ยากเมื่อเทียบอู่แห้งประเภทอื่น
ข้อเสียของอู่แห้งประเภท Graving Dock
- เมื่อมีการเติมน้ำในอู่แห้ง ต้องนำเอาอุปกรณ์ออก ซึ่งใช้เวลานาน
- ค่าบำรุงรักษาอู่แห้งมีราคาสูงมาก ยิ่งเมื่ออายุอู่แห้งมากขึ้น ก็จะมีราคาสูงขึ้นมากไปอีก
- หากมีปัญหาขึ้นกับประตูผนึกน้ำ จะไม่สามารถใช้การได้
- ขั้นตอนการเติมน้ำและสูบน้ำ ใช้เวลานานเมื่อเทียบกับอู่แห้งประเภทอื่น
Floating Dock
เป็นโครงสร้างลอยน้ำรูปตัว U ซึ่งบ้านเราเรียกอู่ลอย โดยส่วนใหญ่เป็นโครงสร้างเหล็กซึ่งจะคล้ายกับเรือเดินทะเลทั่วไปที่มีถัง ballast หรือ ถังน้ำอับเฉาบริเวณด้านข้างและด้านล่าง เพื่อใช้เป็นการยกหรือลดระดับอู่ลอย โดยปกติอู่ลอยจะดำเนินการบริเวณพื้นที่ไม่ค่อยมีคลื่นและกระแสน้ำขึ้น-ลงที่เยอะมาก ซึ่งการดำเนินการนั้นแรกเริ่มจะเปิดวาล์วให้น้ำเข้าในโครงสร้างถังต่างๆของอู่ลอย เมื่อได้ระดับความลึกของน้ำ ก็จะนำเรือเข้าในช่องพื้นที่จัดเตรียม เมื่อเรือได้ตำแหน่งก็ทำการปิดวาล์วและทำการสูบน้ำออกจากถังเพื่อให้อู่ลอยขึ้น โดยเรือจะถูกยกขึ้นและนั่งบนแท่นบล็อกที่จัดเตรียมไว้ เรียกว่าเรือนั่งหมอน ซึ่งในประเทศไทยอู่แห้งประเภทนี้มีบริษัทเอกชนหลายรายที่เปิดดำเนินการ เช่น บริษัท ยูนิไทย ชิปยาร์ด แอนด์ เอนจิเนียริ่ง , บริษัท เอเชียน มารีน เซอร์วิสส์ , บริษัท อิตัลไทยมารีน และบริษัทอื่นๆ อีกหลายที่
ข้อดีของอู่แห้งประเภท Floating Dock
- การบำรุงรักษาที่ถูกกว่าเมื่อเทียบกับ Graving dock และคุ้มค่าการลงทุนมากกว่า
- สามารถเคลื่อนย้ายไปติดตั้ง หรือ นำไปช่วยเหลือเรือที่เกิดการชำรุดเสียหายที่ตัวเรือ เนื่องจากอู่สามารถปรับแต่งค่าทริมการกินน้ำลึกหัวหรือท้ายได้
- สามารถต่อเติมเพิ่มขยายเพื่อรองรับเรือที่ใหญ่ขึ้น หรืองานต่อเติมและงานดัดแปลงตัวเรือ ในอนาคต
ข้อเสียของอู่แห้งประเภท Floating Dock
- การทำงานของอู่ลอยจะมีผล หากมีกระแสน้ำต่ำมากหรือในช่วงที่มีลมแรง
- ค่าบำรุงรักษาที่เกิดขึ้นกับตัวอู่ลอยเนื่องจากต้องอยู่ในน้ำทะเล







ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น